ก๊องๆ แก๊งๆ เล่นดนตรี : No Signal Input2.2 in Aday Magazine
posted on 02 Jun 2009 23:08 by gogman in music
ดองไปนานเลย อยากให้ต้นไม้โตๆบ้างเลยหาเรื่องมาอัพ
จริงๆลงไปนานแล้ว แต่ผมพึ่งได้มีโอกาสไปเช่าหนังสือมาแสกนเก็บไว้
กลุ่มโนซิกแนล มีโอกาสได้ลงสื่ออยู่หลายฉบับเหมือนกัน
แต่ไม่ว่าจะลงกี่ครั้ง ทุกครั้งที่ได้อ่าน ก็รู้สึกจั๊กกะเดียมอยู่เรื่อยไป
เอาไว้จะรวบรวมมาลงเพิ่มให้อ่านกัน
No Signal Input 2.2
สัญญาณจากเมืองเหนือ
โดย วิภว์ บูรพาเดชะ จากหนังสือ a day magazine
* ในวงเล็บสีส้มนั่นคือความคิดของผมนะครับ ไม่ใช่คำวิจารณ์ของคุณวิภว์แต่อย่างใด*
ขึ้นชื่ออัลบั้มไว้ว่า "ไม่มีสัญญาณ" แต่อัลบั้มรวมเพลงชุดนี้ให้สัญญาณอะไรหลายๆอย่างเลยล่ะครับ
นี่เป็นอัลบั้มคอมพิเลชันรวมศิลปินจากเชียงใหม่ที่ตั้งชื่อเป็นลำดับที่ 2.2 นั้นมันมีที่มาว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมี No Signal Input ในชุดแรกมาแล้วเมื่อปีก่อน ชุดนั้นผมไม่ได้ฟังครับ แต่พอมาเป็น No Signal Input 2 นี่เขาบอกว่าเป็นกลุ่มศิลปินคนละเซ็ตกัน แล้วที่อัลบั้มนี้เป็น No Signal Input 2.2 ก็เพราะว่ามันเป็นกลุ่มศิลปินที่รวมกันต่อเนื่องมาจากชุดที่สองนั่นเอง ประมาณว่าทำงานด้วยกันแล้วติดลม ก็เลยรวมเพลงใหม่กันคนละ 2 เพลงออกมาเป็นอัลบั้มขายกันอีกสักชุด แล้วในเวอร์ชั่น 2.2 นี่เอง แผ่นซีดีชุดนี้ก็ถูกส่งต่อมาถึงมือผมที่กรุ่งเทพฯ
ขอเล่าอย่างรวดเร็วถึงเพลงทั้ง 16 แทร็ก จาก 8 ศิลปิน
เริ่มจากวง I Can't (กรี๊ดๆๆ)ที่มากับเพลง ปากร้าย และ ความหมาย เป็นป๊อปร๊อกเสียงกีต้าร์แตกนิดๆ พองาม(แถมเล่นผิดเยอะอีกตั้งหาก) ให้อารมณ์บริตป๊อปนิดๆ ดนตรีไม่ซับซ้อน(เพราะวงเราคิดซับซ้อนได้แค่นี้แหละครับ) ใช้เพียง กีต้าร์ เบส กลอง (จะพยายามเพิ่มดนตรีใหม่นะครับ)แต่ท่วงทำนองไพเราะทีเดียว(อิอิ ดีใจ) เสียงร้องของนักร้องหนุ่มฟังรื่นหู(ดีไม่บอกว่าคิดถึงวงมายด์) ถ้าเล่นสดคงน่าดูชมไม่น้อย(เล่นสดจ่อยมากครับวงนี้)
วงสามคนชื่อ Derdamissyou นี่สุดยอดครับ(ต่างกับไอ้วงก่อนหน้านี้ลิบลับ)เป็นอิเลคทรอนิกส์ป๊อปที่ดนตรีน้อยแต่งดงาม โดยเฉพาะเสียงร้องของนักร้องสาวที่สวยเก๋น่าหลงใหล(เก๋จริงๆนะ) แต่ที่เด็ดจริงๆก็คือเนื้อร้องครับ เพลง 10 เปอร์เซ็นท์ พูดถึงการเก็บเงินไว้ใช้ในแต่ละเดือน(เพลงนี้โดนในวัยมนุษย์เงินเดือนไปหลายคนเลย) ส่วน SlowLife พูดถึงการใช้ชีวิตให้ช้าลง(เพลงนี้ฟังแล้วช่วยขับผ่อนให้ใจเราเย็นลงได้เยอะจริงๆนะ) ด้วยดนตรีอิเลคทรอนิกส์ กีต้าร์และเสียงร้องของนักร้องสาวที่ร้องเนื้อเรื่องสุดจะจริงจังทำให้งานของวงนี้มีเอกลักษณ์ชนิดที่ไม่ซ้ำใครเลยล่ะ(อย่าลืมเสียงเปียโน ของพี่ปุ้ยด้วยนะครับ)
Hamonica Sunrise มากับ 2 เพลงที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เพลงแรก ฉันจะเข้าไปข้างในตัวเธอ เป็นบลูส์ร็อกสนุกๆ ที่เนื้อหาชวนคิดลึกหน่อย(เพลงใหม่ของวงนี้ ฟังแล้วคิดลึกไปไกลกว่าเดิมมาก) ในขณะที่ กอยฮัก เป็นอะคูสติกป๊อปช้าๆ เพราะๆ แซมด้วยฮาร์โมนิก้าแล้วร้องด้วยคำเมืองซึ้งๆ(โดนใจใครไปหลายคนแล้ว ใช่มั้ยนู๋โครซ)
Electronic Plastic in Chiang Mai มากับเพลงชื่อฝรั่ง 2 เพลง จะว่าไปแนวทางวงนี้ไม่แปลกใหม่(พี่กอล์ฟสะดุ้ง) แต่ลีลาป๊อปเนิบช้าที่ดูเนือยกันทั้งดนตรีและเสียงร้องของพวกเขาในเพลง Dream กลับมีเสน่ห์อย่างประหลาด ยิ่งการเอาทรัมเป็ตมาใช้ในเพลงนี้เป็นตัวเลือกที่เจ๋งมาก(รอดไป) ส่วนเพลงเร็วที่ชื่อ If กลับเป็นร็อกทันสมัยที่โฉบเฉี่ยวมากๆกีต้าร์สะบัดรัว กลองก็รัวเร็ว เสียงร้องที่เนือยในเพลงก่อนหน้ากลับมาร้อนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ
วง Sweeper มากับอะคูสติกป๊อปเพราะๆ ชื่อ รักข้างใน โดยดนตรี ท่วงทำนอง เสียงร้อง นั้นไม่หนีไปจากเพลงป๊อปฟังสบายๆที่เราเคยได้ยินมากนัก ส่วนอีกเพลงชื่อ ไม่ใช่เพลงเศร้า นั้นเร่งจังหวะแล้วเพิ่มความซับซ้อนขึ้นอีกนิด แต่ที่น่าสนใจคือพวกเขาใช้ทั้ง 2 เพลง บอกเล่าเรื่องความเข้าใจในสิ่งที่เรียนรู้จากความสัมพันธ์ได้อย่างดี(เสียดายที่จะไม่ได้ดู Sweeper เล่นอีกแล้ว) คือเป็นเพลงป๊อปที่บรรลุนิติภาวะแล้วว่างั้นเถอะ(ฮ่า ฮ่า)
Redking Palace เป็นโมเดิร์นร็อคหนักๆในเพลง Materialism และ เปลือย เรื่องดนตรีนั้นจัดจ้านไม่เลว(อยู่แล้ว) แต่ที่เจ๋งคือเนื้อหาทั้งสองเพลงที่ว่าด้วยการต่อต้านวัตถุนิยม และทุนนิยมอย่างโต้งๆ ดนตรีร๊อกของพวกเขาไม่ใช่แค่เพลงแสดงอารมณ์ แต่มันเป็นการแสดงจุดยืนนะครับ
อื้ออึงกันต่อกับ Migrate to the Ocean (วงนี้ได้วชิรา อดีตบรรณาธิการบริหารของ a day เล่นเบสให้ด้วย) พวกเขามากับเพลงร็อกที่ทุกชิ้นดนตรีเล่นกันดังมากๆ(เล่นสดก็ดังมากๆเช่นกัน) และเสียงร้องหลอนมากๆ(เดี๋ยวนี้เริ่มฟังรู้เรื่องขึ้นนะครับ) ในเพลงชื่อ Execution และ Invader ซึ่งเป็นเพลงภาษาอังกฤษที่เล่าด้วยภาษาแบบนามธรรมทั้งคู่ ...สะใจในความหนักหน่วงทั้งเนื้อหาและดนตรี(สะจายยยยย)
วงปิดท้ายเป็นดนตรีลอยๆ สไตล์อังกฤษอีกทีกับวง Dublur ในเพลง คิดถึง และ หยุดหลอน ที่เสียงร้องดูแกว่งนิดๆ แต่กำลังมีเสน่ห์ ส่วนตัวผมชอบเพลง หยุดหลอน เอามากๆ(แต่ฟังแล้วหลอน) เพราะความแกว่งของเพลงมันเข้ากันได้กับเนื้อหาเป็นอย่างดี คล้ายความรู้สึกตอนมึนตอนเมาที่ผสมกับความเหงาอย่างลงตัว (แนะนำให้กินเหล้าแล้วดู ดูเบลอเล่นสด แล้วจะไม่เหงาอีกต่อไป) ตอนที่เรากำลังดื่มสุราเพราะอกหักจากคนรัก
ว่าเรากำลังจะได้วงชั้นดีจากเชียงใหม่มาประดับวงการกันอีกหลายวงเลยล่ะ (สาธุ)
.................................................
งานใหญ่ครับคราวนี้
No Signal Input 2.2 Live อีกแล้ว
ที่ Lounge ห้องด้านหน้าๆของร้าน Warm up Cafe เบื่อพวกเราก็ไปดูสาวๆได้ โคตรคุ้มเลย
เริ่ม 9 pm ไอ้แค้นเล่นวงสุดท้าย เอิ้ก
.................................................
ขอบคุณครับ


#1 By V@R on 2009-06-03 00:21